จับตา ประชุมเฟด สัปดาห์นี้ ลุ้นกรรมการเสียงแตก! ส่อแววขึ้นดอกเบี้ยเซ่นพิษ “น้ำมัน-ภาษีทรัมป์-AI”

จับตาการ ประชุมเฟด โอกาสเสียงแตกเรื่อง “ดอกเบี้ย” สูงสุดในรอบปี

การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ช่วงวันที่ 28 – 29 เดือน กรกฎาคม 2569 นี้ กำลังเป็นที่สนใจอย่างหนัก โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดความขัดแย้ง ทางความคิดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างคณะกรรมการเฟด ในประเด็นที่ว่าควร “ปรับขึ้น” หรือ “ตรึง” อัตราดอกเบี้ยต่อไป

3 ปัจจัยหลักที่ปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

แม้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนจะออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งควรจะเป็นปัจจัยหนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยได้ แต่สถานการณ์กลับพลิกผันจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาปะทุ:

  1. ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเครียดขึ้น โดยเฉพาะข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถตกลงกันได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
  2. มาตรการภาษีของทรัมป์: รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการกำแพงภาษีนำเข้านัดใหม่กับแคนาดาและประเทศคู่ค้าอื่นๆ
  3. ดีมานด์จากกระแส AI: ความต้องการลงทุนและการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเติบโตอย่างร้อนแรงและไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว

กรรมการเฟดเริ่มส่งสัญญาณหนุน “ขึ้นดอกเบี้ย”

ผู้กำหนดนโยบายหลายคนเริ่มออกมาส่งสัญญาณว่าอาจถึงเวลาต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าเงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวลมากกว่าปัญหาในตลาดแรงงาน และยังไม่เห็นแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะลดลงสู่เป้าหมาย 2% ได้อย่างยั่งยืน

  • ลอรี โลแกน (ประธานเฟด สาขาดัลลัส): สนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเล็กน้อย
  • เบธ แฮมแม็ก (ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์): ชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้

ทั้งสองท่านเป็นกรรมการที่มีสิทธิ์โหวตในการประชุมรอบนี้ ซึ่งคลอเดีย ซาห์ม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ New Century Advisors ประเมินว่ากลุ่มนี้พร้อมที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยแล้ว สวนทางกับอีกกลุ่มที่ยังอยากรอดูสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัวต่อไป

ทิศทางตลาด เลิกเดาใจเฟด หันมาตั้งรับทุกทาง

ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนมุมมองอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เคยมองว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมีเพียง 10% (หลังประกาศ CPI เดือน มิ.ย.) ล่าสุดตัวเลขความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 35-40%

สถาบันการเงินและธนาคารต่างๆ เริ่มกระจายความเสี่ยง โดยแบ่งเป็นทั้งกลุ่มที่เตรียมรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม และกลุ่มที่ป้องกันความเสี่ยงจากการลดดอกเบี้ย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดได้เลิกคาดเดาทิศทางของเฟด และหันมาเตรียมความพร้อมสำหรับทุกความเป็นไปได้ในการประชุมสัปดาห์นี้